แฉ ประยุทธ์ รู้นานแล้ว ปกปิดข้อมูลหมู หวั่นกระทบนายทุน

แฉ ประยุทธ์ รู้นานแล้ว ปกปิดข้อมูลหมู หวั่นกระทบนายทุน



สืบเนื่องจากกรณีที่ในวันนี้ 15 ม.ค.65 มีรายงานว่า นายภณณัฎฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีที่เกิดการระบาดของโรค ASF หรือ โรคโรคอหิวาต์หมู ในประเทศไทยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบโรคระบาดหมูในไทยปัญหามานานแล้ว แต่จงใจปกปิดข้อมูล เพราะรัฐบาลเกรงใจกลุ่มทุนใกล้ชิดจะมีปัญหาในการส่งหมูไปต่างประเทศ

Loading...

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ ยอมรับเองว่าปัญหาหมูเป็นโรคได้แจ้งไปยังรัฐบาลแล้ว พร้อมประกาศแจ้งประชาชน แต่พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ห้ามประกาศเพราะเกรงใจนายทุนใกล้ชิด พล.อ.ประยุทธ์ การเลือกไม่ประกาศจึงเป็นเรื่องที่ผิดของรัฐบาลที่เลือกช่วยเจ้าสัวมากกว่าช่วยประชาชนการกระทำของรัฐบาลเป็นการซ้ำเติมประชาชน เพราะเมื่อรัฐไม่ประกาศก็ไม่มีการชดเชย ดังนั้นผู้เลี้ยงหมู บางส่วนก็เสียรายได้จากหมู บางส่วนเลือกที่จะชำแหละหมูที่ป่วยออกมาจำหน่ายให้ประชาชน อาจก่อให้เกิดอันตรายกับประชาชนได้ การแก้ปัญหาหมูเป็นโรค ล้มเหลวเพราะรัฐเลือกช่วยนายทุนมากกว่าปกป้องชีวิตประชาชน

นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2565 รัฐบาลสร้างความเดือดร้อนทั้งประเทศ จากการลงพื้นที่เสียงสะท้อนที่มาจากประชาชน คือ ทุกอย่างแพงหมด ค่าครองชีพสูงมาก ในภาวะที่รายได้ของประชาชนลดลง กรณีสินค้าปรับราคาสูงขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ ไม่คิดแก้ปัญหาเลย กลับนำประเทศเข้าสู่ยุคข้าวยากหมากแพง คนไทยทั้งประเทศเดือดร้อนสาหัส สินค้าทุกชนิดปรับราคาขึ้นตามใจชอบพล.อ.ประยุทธ์ ปล่อยให้นายทุน เจ้าสัว สร้างรายได้มหาศาลโดยที่รัฐบาลยืนดูเฉยๆ ไร้ปัญญาแก้ปัญหา

อีกทั้งล่าสุดรัฐบาลเตรียมปรับราคาก๊าซหุงต้มและค่าไฟฟ้า โดยรัฐอ้างว่าต้องปรับราคาตามต้นทุนพลังงานที่ปรับขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล มีเครื่องมือมากมายที่จะช่วยเหลือประชาชนแต่เลือกที่จะไม่ทำเพราะกลัวกระทบกับการจัดเก็บภาษีของรัฐ นอกจากนี้ การอนุมัติงบ 1.38 หมื่นล้านบาท เพื่อจัดซื้อเครื่องบินรบให้กองทัพอากาศ เป็นการแสดงเจตนาที่ชัดเจนของพลเอกประยุทธ์ ว่าความมั่นคงของกองทัพมาก่อนความมั่นคงของประชาชน สะท้อนว่ารัฐบาลเห็นการซื้ออาวุธสำคัญมากกว่าความเดือนร้อนของประชาชน พลเอกประยุทธ์ ดีใจที่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไม่ขึ้นราคา แต่ไม่ให้ค่ากับความเดือดร้อนของคนไทย