บทเรียนครั้งสำคัญ ตำรวจไหว้ขอโทษ พลาดจับการบูร
วันที่ 13 มกราคม 2565 ความคืบหน้าจากกรณีที่มีคลิปเผยแพร่หญิงสาวร้องเรียน ขอความเป็นธรรมให้น้องชาย กรณีเจอด่านตรวจค้นเจอการบูร แต่ถูกอ้างว่าเป็นยาเค ถูกทำร้ายร่างกายและถูกจับล็อกใส่กุญแจมือ เมื่อกลางดึก วันที่ 7 ม.ค. โดยผู้เสียหายกำลังขับรถยนต์กลับบ้านย่านสมุทรปราการ เมื่อมาถึงบริเวณ ถ.สุขุมวิท ก่อนถึงทางเข้าซอยแบริ่ง ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พบเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านตรวจอยู่ ซึ่งหลังเกิดเหตุทางแม่เดินทางมาที่เกิดเหตุจึงขอดูยาเสพติดที่ตำรวจอ้างว่าพบในรถของลูกชาย ก่อนมีการเปิดซองออกมาดมแม่จึงบอกว่า "นี่คือการบูร"

Loading...
ล่าสุดวันนี้ นายไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความ พร้อมนายฮาซัน รักหอม อายุ 27 ปี ผู้เสียหาย นำหลักฐานเดินทางมาที่สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือเพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับตำรวจชุดจับกุมและผู้เกี่ยวข้อง และเจรจรากับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเยียวยาผู้เสียหาย

ด้านทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ กล่าวว่าวันนี้เดินทางพาผู้เสียหายมาพูดคุยกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ เรื่องการเยียวยาก่อน เนื่องจากทางครอบครัวผู้เสียหายตอนนี้ไม่ได้ติดใจเอาความแล้ว เบื้องต้นจะแจ้งความในคดีอาญาและแพ่งให้ผู้เสียหายใช้สิทธ์ทางกฏหมายก่อน ส่วนเรื่องการเยียวยาจะมีการพูดคุยกับทางเจ้าหน้าที่อีกครั้ง ทนายไพศาล กล่าวอีกว่า จากที่ดูทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีเจตนาไม่ดี เพียงแต่เจ้าหน้าที่ปฏิบัตหน้าที่ไม่รอบครอบ อยากให้นำเหตุการณ์ครั้งนี้ไปถอดบทเรียน เบื้องต้นในวันนี้หลักๆจะแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายก่อน ส่วนความผิดอื่นต้องพูดคุยเยียวยากันอีกครั้ง


ด้านนายฮาซัน ผู้เสียหายกล่าวว่า อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ดุลพินิจในการปฎิบัติหน้าที่ให้มากกว่านี้ ให้มีความรอบครอบในการตรวจค้น ในวันเกิดเหตุตนถึงกับก้มกราบเท้าอ้อนวอนแล้วแต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ยอม ในวันนี้ตนเองและครอบครัวก็ไม่ได้ติดใจเอาความแล้ว ตนเห็นแก่ความพยายามของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่พยายามจะขอโทษและแก้ไขปัญหา โดยเมื่อวานทาง ผกก.สภ.สำโรงเหนือไปยืนรอเพื่อที่จะขอโทษกว่าครึ่งชั่วโมง จากนี้ตนและครอบครัวก็ไม่ได้ติดใจอะไรแล้ว ส่วนเรื่องคดีความหลังจากนี้และการเยียวยาก็ปล่อยให้ทนายไพศาลดำเนินการต่อไป

พ.ต.อ อาทิตย์ ซิ้มเจริญ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ กล่าวน้อมรับผิดทุกอย่าง จะนำบทเรียนนี้ไปแก้ไขในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป และขอโทษผู้เสียหายอีกครั้ง ส่วนเรื่องคดีก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามของกบวนการของกฎหมาย และจะมีการพูดคุยเรื่องการเยียวยากับทนายและผู้เสียหายอีกครั้ง

