"เพื่อไทย" ชี้สาเหตุหมูแพง ดักทาง"บิ๊กตู่"จี้เยียวยา150%
เรียกว่าขึ้นไม่พักกันเลยทีเดียว สำหรับราคาเนื้อสุกรในท้องตลาดบ้านเรา ซึ่งจากการลงพื้นที่สำรวจราคาเนื้อสุกรสดพบว่าเจ้าของเขียงหมูต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าราคาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนล่าสุดราคาเนื้อสุกรสดพุ่งทะลุ200 กว่าบาทต่อ 1 กิโลกรัม ทั้งนี้เมื่อเวลา 10.00น. ของวันที่ 4 ม.ค.65 ที่ห้องแถลงข่าว พรรคเพื่อไทย นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา ประธาน ส.ส. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึง ปัญหาราคาเนื้อสุกรและเสียงสะท้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรว่า

Loading...
ขณะนี้ราคาขายปลีกเนื้อสุกรอยู่ที่ 230 บาทต่อกิโลกรัม และคาดว่าจะปรับราคาขึ้นไปอยู่ที่ 250-300 บาทต่อกิโลกรัมในระยะเวลาอันใกล้นี้ เนื่องจากเกิดโรคระบาดในสุกร โรคแอฟริกันสไวน์ฟีเวอร์ (ASF) หรืออหิวาห์สุกร ซึ่งระบาดไปทั่วโลก ทั้งยุโรป อเมริกาและเอเชีย โดยระบาดในไทยมากว่า 3 ปี แต่รัฐบาลไม่เคยยอมรับว่าเกิดการระบาด และยังแจ้งว่าเป็นโรคเพิร์ส (Porcine Reproductive and Respiratory Syndrome (PRRS) ซึ่งโรคนี้มีวัคซีนป้องกันได้

ทั้งนี้ในกรณีที่เกิดอหิวาห์สุกร หากสุกรติดเชื้อเพียง 1 ตัว ในรัศมี 3 กิโลเมตรต้องฆ่าสุกรฝังกลบทั้งหมด และห้ามเลี้ยงสุกรต่อ ทำให้เกษตรกรได้รับความเสียหายหนัก ซึ่งต้องขอขอบคุณสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งประเทศไทยที่ชดเชยให้เกษตรกร 70% แต่ยังไม่เพียงพอและสถานการณ์การระบาดยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยการระบาดได้แพร่กระจายไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาค ใต้ และจังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่เลี้ยงสุกรมากที่สุดในประเทศ ทำให้จำนวนสุกรหายไปจากระบบ 10 ล้านตัว จากช่วงก่อนการระบาดมีสุกร 22 ล้านตัว ปัจจุบันเหลือ 12 ล้านตัว ส่วนแม่พันธุ์สุกรจากเดิมมี 1.2 ล้านตัว ปัจจุบันลดลงเหลือ 5 แสนตัว

ล่าสุดประเทศไทยส่งออกกุนเชียงไปไต้หวัน ถูกตรวจพบว่าเนื้อกุนเชียงมีการปนเปื้อนเชื้ออหิวาห์แอฟริกัน แต่ทางการไทยปฏิเสธว่าเป็นหมูนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่้งไม่เป็นความจริงเพราะการเคลื่อนย้ายนำเข้าจะต้องมีใบรับรองจากปศุสัตว์ และยังไม่เคยรายงานการระบาดของอหิวาห์สุกรกับองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรเองยังได้สะท้อนปัญหามายังพรรคเพื่อไทยว่าการปกปิดข้อมูลการระบาด รัฐบาลทำเพื่อใครกันแน่ เพราะการส่งออกเนื้อสุกรไปต่างประเทศของไทยสูงถึงปีละ 22,000 ล้านบาท

จึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้เยียวยาชดเชยเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายจากการระบาดของอหิวาห์สุกรที่ 150% ของความเสียหายทั้งหมด เนื่องจากที่ผ่านมาเกษตรกรมีหนี้สินจากการสร้างโรงเรือนและฝังกลบสุกรที่ติดเชื้อโรคระบาด และรัฐบาลต้องเร่งเจรจากับสถาบันการเงินในการชะลอการจ่ายสินเชื่อออกไปก่อน ขณะที่ราคาเนื้อหมูเร็วๆนี้ จะเพิ่มขึ้นเทียบเท่าค่าแรงขั้นต่ำแล้ว คนไทยทำงานทั้งวันได้เนื้อหมูกิโลเดียว

และในส่วนของพรรคเพื่อไทยในฐานะฝ่ายค้าน ทันที่เปิดสมัยประชุมสภา จะยื่นญัตติเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมสภา เพื่อให้ทุกฝ่ายมาร่วมศึกษาหาวิธีการแก้ไข ยืนยันว่าฝ่ายค้านไม่ต้องการดิสต์เครดิต เราพร้อมให้ความร่วมมือรัฐบาล เพื่อเยียวยาชีวิตผู้เลี้ยงเกษตรกรทั่วประเทศให้กลับคืนมาอีกครั้ง

"สิ่งที่รัฐบาลทำผิดพลาด คือการไม่ยอมรับความจริงมา 3 ปี ทำเกษตรกรเสียหาย รัฐบาลไม่ได้ฆ่าหมูอย่างเดียว ยังเข่นฆ่าเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู ฝังเขาไว้ในดินด้วย เขากำลังจะตาย เยียวยา 70% ไม่รอด อย่าทำร้ายเกษตรกรไปมากกว่านี้ ผมยอมรับว่ากลัวความคิดการแก้ปัญหาของพลเอกประยุทธ์ในหลายครั้งที่ผ่านมา อย่าแก้ปัญหาด้วยการให้ทหารเลี้ยงหมูนะครับ"

ทั้งนี้ทางด้าน นางสาวสกุณา สาระนันท์ ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ปัญหาราคาเนื้อหมูสูงขึ้นจากสาเหตุหลักคือโรคอหิวาห์สุกร แต่ต้นตอปัญหาเกิดจากการบริหารจัดการของภาครัฐ ที่ไม่ยอมรับสาเหตุหลักของปัญหา และดำเนินการแก้ไข ทำให้ประเทศไทยสูญเสียสุกรมากไปกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ การส่งออกผลิตภัณฑ์เนื้อหมู ต่างประเทศตรวจพบเชื้อจากผลิตภัณฑ์เนื้อหมูของไทย เกษตรกรในประเทศรับรู้การระบาดนี้

แต่ 2 คนที่ไม่รู้คือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ที่ผ่านมาตั้งแต่ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคลัมปีสกินในวัว จนโรค ASF ในหมู ไม่เคยมีสักครั้งที่ รมว. เกษตรฯ จะพูดถึงการแก้ปัญหาและเยียวยาประชาชน แสดงถึงความไม่จริงใจ ไม่ศึกษาจนรู้ปัญหาที่แท้จริง นำสู่การเกิดปัญหาซ้ำซาก อยากถามว่า ท่านจะรับผิดชอบปัญหานี้อย่างไร หากท่านยอมรับปัญหานี้ตั้งแต่ 3-4 เดือนที่แล้ว ปัญหาของประเทศ เกษตรกร และประชาชน จะไม่หนักถึงเพียงนี้
