สมาคมเลี้ยงหมูประกาศ ตรึงราคาหน้าฟาร์ม110บาท ค้านนำเข้าจากตปท.
จากกรณีราคาเนื้อหมูในท้องตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ด้วยปัจจัยหลายๆอย่างทั้งเรื่องของการขาดแคลนแม่พันธุ์ ขาดแคลนหมูขุนและโรคระบาดที่ทำให้ปริมาณหมูลดลง ทางภาครัฐก็ได้มีการออกมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาในครั้งนี้ ทั้งเรื่องของการงดการส่งออกเนื้อหมูไปต่างประเทศ และการจัดรถโมบายจำหน่ายเนื้อหมูราคาถูกเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ล่าสุดในวันนี้ มีการรายงานว่า ทางด้านของ "นายปรีชา กิจถาวร" นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ เปิดเผยภายหลังประชุมหารือการแก้ปัญหาราคาสุกร ร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และสมาคมการค้าผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดนครศรีธรรมราชว่า

Loading...
ขณะนี้ทั้งลูกสุกร สุกรขุน และแม่พันธุ์ หายไปจากระบบกว่า 50% จากการเลิกเลี้ยงหรือหยุดการเลี้ยงไปกว่าครึ่ง จากความไม่มั่นใจในสถานการณ์ของอุตสาหกรรม ภาวะขาดทุนสะสมกว่า 3 ปี ปัญหาโรคในสุกร และต้นทุนอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น และการป้องกันโรคอย่างเข้มงวด ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก โดยราคาหมูเพิ่งปรับขึ้นมาในช่วง 1 เดือนเท่านั้น จากปริมาณหมูที่ลดลงต่อเนื่อง ไม่สอดคล้องกับการบริโภคที่สูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ภาวะนี้แค่ช่วยให้คนเลี้ยงพอมีเงินใช้หนี้และเดินหน้าอาชีพต่อ

ส่วนการแนะนำการนำเข้าเนื้อหมู เกษตรกรไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น เพราะความต้องการซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้ผลผลิตหมูไม่เพียงพอกับการบริโภค ซึ่งยังไม่ทราบปริมาณความต้องการที่แท้จริงของตลาด การนำเข้าเนื้อหมูจะเป็นการซ้ำเติมปัญหา กระทบกับภาวะราคาตกต่ำจากผลผลิตล้นตลาด อย่างที่เกษตรกรเผชิญมาตลอด 3 ปี และยังมีผลต่อแรงจูงใจของผู้เลี้ยงที่กำลังจะกลับเข้าระบบ เพราะหมูไทยไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับเนื้อหมูต่างประเทศที่มีต้นทุนต่ำกว่า เนื่องจากสามารถผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์ได้ภายในประเทศ ขณะที่ไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าจึงมีต้นทุนส่วนนี้มากกว่า

ล่าสุดสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ประกาศราคาหมูขุนมีชีวิตหน้าฟาร์ม อยู่ที่กิโลกรัมละ 110 บาท โดยเกษตรกรจะร่วมกันตรึงราคาจำหน่ายหมูหน้าฟาร์มไม่ให้เกินราคานี้ไประยะหนึ่ง เพื่อให้ตลาดปรับตัวได้และช่วยพี่น้องประชาชน อุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกร ยังทำหน้าที่ปกป้องพี่น้องเกษตรกรผู้เพาะปลูกพืชวัตถุดิบอาหารสัตว์ ทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง และปลายข้าว ร่วม 7 ล้านครัวเรือน รวมไปถึงเป็นห่วงโซ่สำคัญของภาคเวชภัณฑ์ ผู้ผลิตอุปกรณ์การเลี้ยง ระบบขนส่ง และภาคธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องได้รับผลกระทบต่อเนื่องกันหากภาคผู้เลี้ยงสุกรต้องล่มสลายไป จากความสามารถการแข่งขันที่ถดถอย ความมั่นคงทางอาหารของประเทศจะสั่นคลอน

หากประเทศไทยต้องหันไปพึ่งพาการนำเข้าอาหารจากต่างประเทศมากขึ้น ที่สำคัญยังมีผลกระทบด้านสุขอนามัยและความเสี่ยงจากสารตกค้างที่มีต่อผู้บริโภค และอาจมีโรคติดต่อในสุกรที่ติดมากับเนื้อสุกรต่างประเทศ ส่งผลร้ายแรงต่ออุตสาหกรรมสุกรของไทย ทั้งนี้การที่ภาครัฐออกมาตรการเร่งด่วน ระยะสั้น และระยะยาวเพื่อเร่งแก้ปัญหา โดยเฉพาะการสำรวจความพร้อมของผู้เลี้ยงให้กลับมาเลี้ยงสุกรรอบใหม่อีกครั้ง

ทางสมาคมฯ ต่างเห็นด้วยกับมาตรการนี้เพื่อให้เพื่อนร่วมอาชีพที่มีความพร้อมด้านโรงเรือน อุปกรณ์ และกระบวนการอยู่แล้วได้ร่วมกันผลิตสุกรเพื่อป้อนตลาดให้เร็วที่สุด ภายใต้การป้องกันโรคในระดับสูง ที่จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐทั้งเรื่องการเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เพื่อจูงใจให้เกษตรกรฟื้นอาชีพได้โดยเร็ว สำหรับพื้นที่ภาคใต้มีเกษตรกรกว่า 2 หมื่นราย ในจำนวนนี้หายไปจากระบบ 50% ซึ่งทุกคนต่างต้องการกลับมาทั้งสิ้น เพียงแต่ยังขาดการสนับสนุน นายปรีชากล่าว
