กรมคุกเผย อาการ”เปรมชัย” ตอบปมเมียขอย้ายออก

กรมคุกเผย อาการ"เปรมชัย" ตอบปมเมียขอย้ายออก



จากกรณี นายเปรมชัย กรรณสูต ผู้บริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ถูกศาลฎีกาตัดสิน พิพากษาลงโทษจำคุก คดีเสือดำ ในฐานความผิด ร่วมกันล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ,ร่วมกันมีไว้ครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต ,ร่วมกันช่วยซ่อนเร้นช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับไว้ซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยกระทำความผิดกฎหมาย และร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต โดย นายเปรมชัยถูกตัดสินจำคุก 2 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ชดใช้ 2 ล้านบาท ทำให้ นายเปรมชัย ต้องเข้าเรือนจำทันที

Loading...

ซึ่งต่อมามีรายงานว่า นางคณิตา กรรณสูต ภรรยานายเปรมชัย ได้เดินทางไปยัง กระทรวงยุติธรรม เพื่อมาดักรอ ยื่นหนังสื่อขอความเป็นธรรม ถึงนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อยากให้นายเปรมชัยอยู่ใกล้แพทย์ในโรงพยาบาล เพราะนายเปรมชัยมีปัญหาด้านสุขภาพ เป็นโรคเรื้อรัง ทั้งเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ และเพิ่งผ่าตัดตามา โดยเฉพาะโรคเบาหวานที่เป็นหนัก เป็นแผลที่เท้าพึ่งคว้านเนื้อ นอกจากนี้ขณะนี้มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตนกลัวว่า นายเปรมชัยจะติดโควิดในเรือนจำแล้วอาการจะหนักเพราะเป็นโรคเรื้อรัง 7 ประเภทที่อันตราย เกรงว่าเครื่องมือของเรือนจำจะดูแลได้ไม่ดีพอ อยากให้สามีของตนมีความปลอดภัยในชีวิต จึงมายื่นหนังสือเพื่อขอให้ย้ายนายเปรมชัยไปรักษายังโรงพยาบาล

ล่าสุดมีรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 64 นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และโฆษกกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีนายเปรมชัย กรรณสูต ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำอำเภอทองผาภูมิ ได้ครบกำหนดการแยกกักโรคผู้ต้องขังรับใหม่เป็นเวลา 21 วันแล้ว และเรือนจำฯ ได้ทำการย้ายตัวนายเปรมชัยฯ เข้าไปกักโรคด้านในเรือนจำฯ ต่ออีก 21 วัน ก่อนจะจำแนกลงแดน ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOPs) การรับผู้ต้องขังเข้าใหม่เพื่อคัดกรองโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19โดยจากการตรวจสุขภาพ พบว่า อาการทั่วไปปกติดี สามารถนอนหลับพักผ่อนได้

นายธวัชชัย กล่าวว่า กรณีนางคณิตา กรรณสูต ภรรยานายเปรมชัยเข้ายื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้นายเปรมชัยออกไปรักษาตัวภายนอกเรือนจำ ขอชี้แจงว่าการอนุญาตให้นำตัวผู้ต้องขังไปรักษายังสถานพยาบาลอื่นนอกเรือนจำจะขึ้นอยู่กับคำวินิจฉัยของแพทย์ประจำเรือนจำ หากมีดุลพินิจเห็นว่าอุปกรณ์การแพทย์ และเวชภัณฑ์ที่มีอยู่ไม่สามารถทำการดูแลรักษาได้ จะเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณานำตัวไปรักษาต่อยังสถานพยาบาลนอกเรือนจำต่อไป อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่าผู้ต้องขังทุกคนจะได้รับการดูแลตามตามหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งรวมถึงสิทธิในการเข้ารับบริการด้านสาธารณสุขอย่างเสมอภาค เท่าเทียม และไม่มีการเลือกปฏิบัติหรือให้สิทธิพิเศษต่อกลุ่มบุคคลใดอย่างแน่นอน